1. ก่อนอื่นควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณต้องการร่วมงานด้วยให้ได้มากที่สุด เพื่อที่คุณจะสามารถ เขียนจดหมายสมัครงานเพื่อจูงในให้นายจ้างสนใจคุณและเก็บคุณไว้พิจารณาทันทีที่ตำแหน่งงานดังกล่าวเปิดรับสมัคร นอกจากนี้ หากคุณรู้ว่าบุคคลที่รับผิดชอบในการว่าจ้าง รับสมัครงานคือใครจะทำให้คุณได้เปรียบกว่า โดยคุณสามารถส่งอีเมลจดหมายสมัคร งานถึงบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบและมีอำนาจตัดสินใจโดยตรง แทนที่จะส่งถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเหมือนจดหมาย สมัครงานทั่ว ๆ ไปซึ่งไม่เฉพาะเจาะจง
  2. ทำลิสต์คุณสมบัติของคุณทุกอย่างที่คิดว่าสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่คุณต้องการสมัคร คุณมีทักษะอะไรบ้างที่ตรงกับความ ต้องการของนายจ้าง ประสบการณ์การทำงานทุกอย่างที่คุณเคยทำ รวมถึงงานอาสาสมัครต่าง ๆ รวบรวมมาเตรียมไว้ให้หมด จนกว่า คุณจะนึกไม่ออกอีกแล้ว
  3. ตัดสิ่งที่นอกประเด็น หรือไม่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นออกไป แล้วเรียงลำดับความสำคัญจาก สิ่งที่สำคัญน้อยที่สุดไปจนถึงสี่งที่สำคัญ มากที่สุด การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณร่างจดหมายที่มีบทสรุปที่น่าประทับใจ
  4. มองหาสิ่งที่เป็นช่องว่างหรือจุดอ่อนที่จะทำให้เกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับตัวคุณ หากพบให้แก้ไขหรือกำจัดจุดอ่อนนั้นเสีย เพื่อป้องกัน ประเด็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากประวัติที่ผ่านมาของคุณ
  5. ภาษาเขียนมีข้อดีที่ต่างจากภาษาพูดคือ คุณสามารถแก้ไขสิ่งที่คุณเขียนได้ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณพูดซึ่งไม่สามารถย้อนกลับ ไปแก้ไขได้ หากคุณพบว่าตัวเองวนอยู่กับความคิดเดิม ๆ แล้วล่ะก็ คุณควรวางมือจากการเขียนจดหมายสมัครงานสักครู่ ลองหยิบจับงานอย่างยื่นขึ้นมาทำแทน แล้วค่อยกลับไปลงมือเขียนอีกครั้ง คุณจะพบว่าไอเดียของคุณเริ่มโลดแล่นได้อีกครั้ง ซึ่งทำให้คุณสามารถถ่ายทอด นำเสนอตัวคุณได้ดียิ่งขึ้น
  6. เมื่อคุณร่างจดหมายสมัครงานเรียบร้อยแล้ว ควรให้เวลากับการตรวจทานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด หรือมีอะไรหาย หกตกหล่นไม่ครบถ้วน และอย่าลืมใส่ใจในเรื่องตัวสะกดด้วย เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละที่นายจ้างมักใช้ประกอบการ พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครงาน วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้จดหมายสมัครงานของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคือ คุณควรปล่อยให้เวลา ผ่านไปสัก 1-2 วันแล้วกลับมาอ่านจดหมายอีกรอบหนึ่ง คุณอาจพบจุดที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้
  7. หากคุณยังไม่มั่นใจว่าจดหมายสมัครงานที่คุณร่างมาดีเพียงพอหรือยัง แนะนำให้พริ้นต์ออกมา แล้วอ่านออกเสียงให้เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวลองฟังดู รวบรวมความคิดเห็นจากผู้ฟังว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร เพื่อนำกลับมาแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง อย่าลืมวางอีโก้ของคุณลงก่อน แล้วเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนไม่ว่ามันจะออกมาอย่างไรก็ตาม มุมมองของคนอื่น ๆ อาจทำให้คุณเห็นข้อบกพร่อง หรือสิ่งที่คุณหลงลืมไปในจุดที่คุณมองไม่เห็น

เมื่อปรับแก้จดหมายจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ถึงเวลาส่งอีเมลสมัครงานไปยังนายจ้างในอนาคตของคุณได้เลย โดยแนบไปพร้อมกับ เรซูเม่ที่คุณใช้เวลาเรียบเรียงมาเป็นอย่างดีเช่นกัน…อ๊ะ ๆ อย่าลืมว่าจดหมายสมัครงานฉบับหนึ่งร่างขึ้นเพื่อหนึ่งบริษัทเท่านั้น

เทคนิคการนำเสนอเรซูเม่ให้โดนใจ งานไม่หลุดมือ จากผู้เชี่ยวชาญการเขียนเรซูเม่ ใครๆ ก็ชอบพูดว่า “โตแล้วจะทำอะไรก็ได้” แต่เชื่อมั้ยว่าสำหรับคนที่เรียนจบใหม่ กับคนที่กำลังสมัครงานใหม่ การเขียนเรซูเม่ให้โดนใจกลับเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย แถมบางคนส่งเรซูเม่ไปแล้วก็เงียบเฉยเหมือนไม่มีสัญญาณตอบรับจากบริษัทที่ส่งไป วันนี้เรารวบรวมเทคนิคการเขียนเรซูเม่ฉบับไม่นก ไม่ต้องตกงาน จากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก รับรองว่าส่งไปที่ไหนมัดใจนาย

จดหมายสมัครงานเป็นสิ่งที่นายจ้างให้ความสนใจ การเขียนที่ดีและถูกต้องจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดต่อสัมภาษณ์งานให้กับคุณได้ คุณไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบที่หรูหรา แต่ให้ใช้รูปแบบที่เรียบง่ายเพื่อแสดงให้นายจ้างคุณเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เขียนลงไปซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ปรับจดหมายสมัครงานให้เหมาะกับงาน

          การปรับเนื้อหาจดหมายสมัครงานให้เหมาะกับงานเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างยิ่ง คุณต้องบอกให้นายจ้างทราบว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับงานนี้เป็นที่สุด จำไว้ว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่มีเวลานั่งอ่านจดหมายที่เขารู้สึกว่าไม่น่าสนใจจนจบแน่นอน

ปรับจดหมายสมัครงานให้เหมาะกับงานได้อย่างไร

          อ่านลักษณะงานที่คุณต้องการทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วหาคุณสมบัติต่าง ๆ ที่คุณมีมาจับคู่ โดยดูจากทักษะ ประสบการณ์ ประวัติการศึกษา และอย่าลืมใส่งานที่ประสบความสำเร็จของคุณในอดีตไปด้วย

ทำจดหมายสมัครงานให้สั้นเข้าไว้

          หัวใจสำคัญของจดหมายสมัครงานคือ กระชับแต่ได้ใจความ เพราะนายจ้างส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ในการอ่าน ดังนั้นคุณต้องแน่ใจว่าจดหมายสมัครงานของคุณ น่าสนใจพอที่จะให้เขาอยากอ่านข้อมูลอื่น ๆ ของคุณต่อไป

ยาว 3 ย่อหน้าก็พอแล้ว

          จดหมายสมัครงานไม่ควรยาวเกินกว่า 3 ย่อหน้า

  • ทำไมคุณถึงเขียนจดหมายมา (สิ่งที่คุณสนใจ และคุณสมบัติของคุณ)
  • ทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้ (เน้นย้ำถึงความสำเร็จ)
  • ขอบคุณ (และถามเกี่ยวกับขั้นตอนการรับสมัครงานต่อไป)

ทำลิสต์จับคู่

          การทำลิสต์จับคู่ลักษณะของงานที่จะทำกับคุณสมบัติของคุณ จะช่วยให้นายจ้างของคุณจับประเด็นได้ง่ายขึ้น คุณอาจจะจับคู่เฉพาะที่สำคัญประมาณ 3-4 จุด

Requirements   My Qualifications  

ลักษณะงาน         คุณสมบัติของคุณ

ลักษณะงาน         คุณสมบัติของคุณ

ลักษณะงาน         คุณสมบัติของคุณ